สารบัญ
- LG เครื่องลดความชื้น ความจุถัง 16 ลิตร รุ่น MD16GQSA1
- KASHIWA เครื่องลดความชื้น ความจุถัง 1 ลิตร รุ่น HC-106
- Simplus เครื่องดูดความชื้น ถังน้ำขนาด 2.5L รุ่น CUSH007
- Xiaomi Smart Dehumidifier 22 ลิตร เครื่องลดความชื้น
- Hafele เครื่องลดความชื้น สำหรับพื้นที่ห้องขนาด 30 ตร.ม.
- Bwell เครื่องลดความชื้นขนาด 20 – 40 ตร.ม. รุ่น BDH-30A
- Kashiwa เครื่องลดความชื้น ความจุถัง 1.2 ลิตร รุ่น HC-102
- Gaabor เครื่องลดความชื้น 3in1 ลดความชื้น รุ่น DE-T01A
- Elementmax เครื่องลดความชื้น สำหรับห้อง 30-90 ตร.ม.
- Homemate เครื่องดูดความชื้น 15 ตร.ม. รุ่น HOM-1612L2
10 อันดับ เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี
1. LG เครื่องลดความชื้น ความจุถัง 16 ลิตร รุ่น MD16GQSA1
คืนความสมดุลของความชื้นในอากาศ ให้ความรู้สึกสบายตัว หายใจสะดวก ลดอาการภูมิแพ้ และนอนหลับสบายมากขึ้น ด้วย LG เครื่องลดความชื้น PuriCare Dehumifier ที่มาพร้อมคอมเพรสเซอร์ Dual Inverter จึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสียงเงียบและทนทานกว่า สามารถกำจัดแบคทีเรียในอากาศด้วยไออน และมีระบบ Auto Cleaning ช่วยไล่ความชื้นอัตโนมัติ
คุณสมบัติ
- ช่วยคืนความสมดุลของความชื้นในอากาศ
- ให้ความรู้สึกสบายตัว หายใจสะดวก
- ลดอาการภูมิแพ้และนอนหลับสบายมากขึ้น
- คอมเพรสเซอร์ Dual Inverter Compressor
- มีโหมดช่วยเป่าผ้าแห้งในห้อง
- อุปกรณ์เป่าแห้งเฉพาะจุด Y-Hose และ T-Hose
- LG ThinQ™ ควบคุมสั่งการผ่านสมาร์ทโฟน
- ทรงประสิทธิภาพสูงสุดถึง 30 ลิตรต่อวัน
- เทียบได้กับปริมาณน้ำ 250 มิลลิลิตร หรือน้ำ 120 ขวด
- ระบบฟอกอากาศนาโนไอออน
- กำจัดแบคทีเรียที่เป็นอันตรายออกจากอากาศ
- Auto Cleaning ระบบไล่ความชื้นอัตโนมัติ
- ระดับเสียงขณะทำงานเบาเพียง 33 เดซิเบล
ข้อสังเกต
- ขนาด: รุ่น MD16GQSA1.ATH ขนาด 16 ลิตร
- ขนาด: รุ่น MD19GQGA1.ATH ขนาด 19 ลิตร
- รับประกันอะไหล่ 1 ปี, คอมเพสเซอร์ DUAL Inverter 10 ปี
- ภายในกล่อง: มีสินค้า, คู่มือ, ใบรับประกัน
2. KASHIWA เครื่องลดความชื้น ความจุถัง 1 ลิตร รุ่น HC-106
KASHIWA เครื่องลดความชื้น รุ่น HC-106 ตัวช่วยลดความชื้นสะสมและปัญหากลิ่นอับภายในบ้าน เหมาะสำหรับห้องนอน ห้องทำงาน หรือพื้นที่ขนาดไม่เกิน 20 ตารางเมตร มาพร้อมถังเก็บน้ำความจุ 1 ลิตร และระบบป้องกันน้ำเต็ม เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 1.82 กิโลกรัม เคลื่อนย้ายและจัดวางได้ง่าย ทำงานด้วยเสียงเบา ไม่รบกวนบรรยากาศภายในห้อง ใช้กำลังไฟ 60 วัตต์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลความชื้นภายในพื้นที่ขนาดเล็ก พร้อมการรับประกันศูนย์นาน 1 ปี
คุณสมบัติ
- ถังเก็บน้ำความจุ 1 ลิตร รองรับการใช้งานสะดวก
- ช่วยลดความชื้นสะสมและปัญหากลิ่นอับภายในห้อง
- เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดไม่เกิน 20 ตารางเมตร
- มีระบบป้องกันน้ำเต็ม เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน
- ทำงานด้วยเสียงเบา ลดการรบกวนภายในห้อง
- ตัวเครื่องขนาดกะทัดรัด จัดวางได้สะดวก
- น้ำหนักเบาเพียง 1.82 กิโลกรัม เคลื่อนย้ายง่าย
- ใช้กำลังไฟ 60 วัตต์ แรงดันไฟ 220 โวลต์
- เหมาะสำหรับใช้งานในห้องนอนหรือห้องทำงานขนาดเล็ก
- รับประกันศูนย์นาน 1 ปี เพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน
ข้อสังเกต
- เหมาะกับพื้นที่ไม่เกิน 20 ตารางเมตร ไม่เหมาะกับห้องขนาดใหญ่
- ถังน้ำขนาด 1 ลิตร อาจต้องเทน้ำทิ้งบ่อยเมื่อความชื้นสูง
3. Simplus เครื่องดูดความชื้น ถังน้ำขนาด 2.5L รุ่น CUSH007
Simplus LiteDryC7 เครื่องดูดความชื้นขนาดกะทัดรัด ที่ช่วยลดความชื้นสะสมและปัญหากลิ่นอับภายในบ้าน ด้วยเทคโนโลยีควบแน่นเซมิคอนดักเตอร์ สามารถดูดความชื้นได้สูงสุด 400 มิลลิลิตรต่อวัน มาพร้อมถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2.5 ลิตร ลดความถี่ในการเทน้ำทิ้ง หน้าจอสัมผัส LCD แสดงค่าอุณหภูมิและความชื้นแบบเรียลไทม์ ทำงานเงียบเพียง 35 เดซิเบล เหมาะสำหรับห้องนอนและห้องทำงาน พร้อมระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็ม และช่องใส่อะโรม่าช่วยเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่นให้บรรยากาศภายในห้อง
คุณสมบัติ
- ดูดความชื้นได้สูงสุด 400 มิลลิลิตรต่อวัน
- ใช้เทคโนโลยีควบแน่นเซมิคอนดักเตอร์ ช่วยลดความชื้นสะสม
- ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2.5 ลิตร ไม่ต้องเทน้ำบ่อย
- หน้าจอสัมผัส LCD แสดงอุณหภูมิและความชื้นแบบเรียลไทม์
- ทำงานเสียงเบาเพียง 35 เดซิเบล ไม่รบกวนการพักผ่อน
- ระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อถังน้ำเต็ม พร้อมไฟแจ้งเตือน
- มีช่องใส่อะโรม่าด้านบน ช่วยกระจายกลิ่นหอมสดชื่น
- กล่องอะโรม่ามีกลิ่นซิตรัสผสมกลิ่นไม้ ใช้งานได้นานสูงสุด 3 เดือน
- ใช้กำลังไฟ 65 วัตต์ ช่วยประหยัดพลังงาน
- ดีไซน์กะทัดรัด น้ำหนัก 2 กิโลกรัม พร้อมขาตั้งกันลื่น
ข้อสังเกต
- อัตราดูดความชื้น 400 มิลลิลิตรต่อวัน อาจไม่เพียงพอสำหรับห้องขนาดใหญ่
- ประสิทธิภาพการดูดความชื้นขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้นภายในห้อง
- กล่องอะโรม่ามีอายุการใช้งานจำกัด ต้องซื้อเปลี่ยนเพิ่มเติม
4. Xiaomi Smart Dehumidifier 22 ลิตร เครื่องลดความชื้น
Xiaomi Mi Mijia Smart Dehumidifier เครื่องลดความชื้นอัจฉริยะ ขนาด 22 ลิตร สามารถใช้งานโดยเชื่อมต่อผ่านแอพ เวอร์ชั่นจีนได้ ให้คุณบอกลาความชื้นไปอีกนาน มาพร้อมโหมดเป่าผ้าแห้งผ้า สามารถตากผ้าในที่ร่ม หรือแม้ในวันที่มีฝนตก เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเชื้อราบนเสื้อผ้าของคุณ
คุณสมบัติ
- ช่วยลดความชื้นได้เป็นอย่างมาก
- ตังเครื่องมีล้อ เคลื่อนย้ายสะดวก
- มีท่อระบายน้ำภายนอก ไม่ต้องเทน้ำ
- สามารถลดความชื้นได้อย่างต่อเนื่อง
- ใช้อุณหภูมิปกติที่: 5 °C ~ 35 °C
- มีโหมดเป่าแห้ง สำหรับตากผ้าในที่ร่ม
- ระบบควบคุมเสียงอัจฉริยะ
- การใช้งานเชื่อมต่อ APP อัจฉริยะ
- เสียงรบกวนเบาเพียง 41dB (A)
- ดูดความชื้นที่อุณหภูมิสูง 22L/D (30 °C/80%RH)
- ความจุลดความชื้น 0.45 กก./ชม. (27 °C/60% RH)
- ชนิดสารทำความเย็น R134a ปริมาณ 0.2 kg.
ข้อสังเกต
- เครื่องลดความชื้น ขนาดถังน้ำ 4.5 ลิตร
- กำลังไฟ 450W แรงดันไฟฟ้า 220V 50Hz
- ขนาดเครื่อง: 30 x 66 เซนติเมตร
- น้ำหนักเครื่อง: 12.5 กิโลกรัม
- สินค้าของแท้ 100% รับประกันร้าน 3 เดือน เงื่อนไขการรับประกัน บางกรณีอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
5. Hafele เครื่องลดความชื้น สำหรับพื้นที่ห้องขนาด 30 ตร.ม.
HAFELE เครื่องลดความชื้น รุ่น 495.38.972 ตัวช่วยจัดการความชื้นสะสมและกลิ่นอับภายในบ้าน ด้วยประสิทธิภาพการดูดความชื้นสูงสุด 20 ลิตรต่อวัน รองรับพื้นที่ขนาดไม่เกิน 30 ตารางเมตร มาพร้อมถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ 6.5 ลิตร และโหมดการทำงาน 4 รูปแบบ รวมถึงโหมดอบแห้งเสื้อผ้าที่เหมาะกับช่วงฤดูฝน สามารถปรับระดับความชื้นได้ตามต้องการ พร้อมหน้าจอ LED แสดงอุณหภูมิและความชื้นแบบเรียลไทม์ มีระบบตั้งเวลา 24 ชั่วโมง ระบบระบายน้ำต่อเนื่อง และล้อเลื่อนสำหรับเคลื่อนย้าย เหมาะสำหรับห้องนอน ห้องนั่งเล่น และคอนโดที่ต้องการควบคุมความชื้นอย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติ
- ดูดความชื้นได้สูงสุด 20 ลิตรต่อวัน ลดความชื้นสะสม
- รองรับพื้นที่ใช้งานสูงสุด 30 ตารางเมตร
- ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ 6.5 ลิตร ไม่ต้องเทน้ำบ่อย
- มี 4 โหมดการทำงาน รองรับการใช้งานหลากหลาย
- โหมดอบแห้งเสื้อผ้า ช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นในฤดูฝน
- ปรับระดับความชื้นได้ตั้งแต่ 30–80% RH
- หน้าจอ LED แสดงอุณหภูมิและความชื้นแบบเรียลไทม์
- ตั้งเวลาทำงานล่วงหน้าได้สูงสุด 24 ชั่วโมง
- รองรับการระบายน้ำต่อเนื่อง พร้อมระบบหยุดอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็ม
- มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ พร้อมแผ่นกรองฝุ่นถอดล้างได้
ข้อสังเกต
- รองรับพื้นที่สูงสุด 30 ตารางเมตร อาจไม่เหมาะกับห้องขนาดใหญ่
- ใช้กำลังไฟ 320 วัตต์ ควรพิจารณาค่าไฟเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
- ระดับเสียงสูงสุดตามข้อมูลไม่เกิน 50 เดซิเบล อาจได้ยินเสียงขณะทำงาน
- ตัวเครื่องสูง 57 เซนติเมตร ควรเผื่อพื้นที่สำหรับจัดวาง
- ประสิทธิภาพดูดความชื้น 20 ลิตรต่อวัน ขึ้นอยู่กับสภาพอุณหภูมิและความชื้นจริง
6. Bwell เครื่องลดความชื้นขนาด 20 - 40 ตร.ม. รุ่น BDH-30A
Bwell เครื่องลดความชื้น สามารถดูดความชื้นพื้นที่กว้างสุดที่ 40 ตารางเมตร โดยกำจัดความชื้นได้สูงสุดถึง 30 ลิตรต่อวัน มาพร้อมแผงควบคุมที่อยู่ด้านบนของตัวเครื่อง และมีหน้าจอ Digital ที่บอกเป็นตัวเลขของระดับความชื้นที่สามารถเข้าถึงได้ ใช้งานสะดวกขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน Wifi เพื่อตรวจสอบและควบคุมระดับความชื้นได้ผ่านแอป พร้อมรับการแจ้งเตือน เหมาะสำหรับห้องต่างๆ ภายในบ้าน หรือจุดอื่นๆ ที่ต้องการควบคุมความชื้น
คุณสมบัติ
- กำจัดความชื้นได้สูงสุด 30 ลิตรต่อวัน
- ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ 20 - 40 ตร.ม.
- ลดความชื้นด้วยระบบคอมเพรสเซอร์
- ระบายน้ำได้ 2 ทาง : ถังเก็บน้ำ หรือ ระบายต่อเนื่องผ่านช่องต่อสายยาง
- ความจุถังน้ำ 3.4 ลิตร
- โหมดการทำงาน 3 โหมด : โหมด Dry , Continue , Comfort
- ปรับแรงลมได้ 3 ระดับ : ระดับ High , Med , Low
- มีแผงควบคุมอยู่ด้านบนของตัวเครื่อง
- มีหน้าจอ Digital บอกระดับความชื้น ใช้งานได้สะดวก
- สามารถเชื่อมต่อผ่าน Wifi เพื่อควบคุมการทำงานได้
- ตรวจสอบและควบคุมระดับความชื้นได้อย่างแม่นยำผ่านแอป พร้อมรับการแจ้งเตือน
- ตั้งเวลาเปิด-ปิดได้ตามต้องการ ด้วยฟังก์ชั่นจับเวลา 24 ชั่วโมง
- เหมาะสำหรับห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องซักรีด ห้องรับประทานอาหาร ห้องใต้ดิน ห้องเด็ก หอพัก สำนักงาน หรือจุดอื่นๆ ที่ต้องการควบคุมความชื้น
ข้อสังเกต
- ขนาด (ยาว x กว้าง x สูง) : 310 x 229 x 500 มิลมิเมตร
- กำลังไฟฟ้า 590 วัตต์
- แรงดันไฟฟ้า 220-240V/50Hz
- น้ำหนักเครื่อง 13.3 กิโลกรัม
- รับประกันสินค้าเป็นระยะเวลา 1 ปี (ตัวคอมเพรสเซอร์ 3 ปี)
7. Kashiwa เครื่องลดความชื้น ความจุถัง 1.2 ลิตร รุ่น HC-102
KASHIWA เครื่องลดความชื้น รุ่น HC-102 ความจุของถังน้ำ 1.2 ลิตร สามารถลดความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในห้องที่มีพื้นที่ประมาณ 10 – 30 ตร.ม. ลดความชื้นได้สูงสุด 100 มล. ต่อวัน ตัวเครื่องดีไซน์มาเพื่อช่วยป้องกันเสียงรบกวนขณะนอนได้ดี
คุณสมบัติ
- ถังเก็บน้ำ ดีไซน์ป้องกันเสียงรบกวน
- ถังน้ำวัสดุพลาสติก คุณภาพสูง
- มองเห็นระดับน้ำได้ชัดเจน
- ระบบป้องกันน้ำเต็ม ตัดไฟอัตโนมัติ
- มาพร้อมจอสัมผัส ง่ายต่อการใช้งาน
- ใช้งานง่าย ลดความชื้นได้เพียงกดปุ่มเดียว
- แสดงผลอุณหภูมิแบบเรียลไทม์
- สามารถลดความชื้นสูงสุด 100 มล./วัน
- เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ 10-30 ตร.ม.
- ช่วยลดกลิ่นอับชื้น และป้องกันเสื้อผ้าสิ่งของขึ้นรา
ข้อสังเกต
- ถังน้ำความจุ 1.2 ลิตร
- กำลังไฟ 30 วัตต์
- ขนาดเครื่อง 14.5 x 13.5 x 25 ซม.
8. Gaabor เครื่องลดความชื้น 3in1 ลดความชื้น รุ่น DE-T01A
Gaabor เครื่องลดความชื้น 3-in-1 ตัวช่วยจัดการความชื้นสะสมภายในบ้าน พร้อมฟังก์ชันลดความชื้น ช่วยให้ผ้าแห้งไว และตรวจวัดความชื้นในเครื่องเดียว ใช้เทคโนโลยีควบแน่นเซมิคอนดักเตอร์ ทำงานเสียงเบา เหมาะสำหรับใช้งานในห้องนอน ห้องน้ำ หรือห้องเก็บของ มาพร้อมถังเก็บน้ำขนาด 2.5 ลิตร หน้าจอสีแสดงอุณหภูมิและความชื้นแบบเรียลไทม์ สามารถตั้งเวลาทำงานได้สูงสุด 12 ชั่วโมง พร้อมโหมดกลางคืนและไฟตกแต่งหลากสี มีระบบหยุดทำงานอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็ม และรองรับการต่อท่อระบายน้ำ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานต่อเนื่อง
คุณสมบัติ
- ฟังก์ชัน 3-in-1 ลดความชื้น ช่วยตากผ้า และตรวจวัดความชื้น
- เทคโนโลยีควบแน่นเซมิคอนดักเตอร์ ทำงานเสียงเบา
- ช่วยลดความชื้นสะสม ทำให้เสื้อผ้าแห้งไวขึ้น
- ถังเก็บน้ำขนาด 2.5 ลิตร พร้อมช่องมองระดับน้ำ
- หน้าจอสีแสดงอุณหภูมิและความชื้นแบบเรียลไทม์
- ตั้งเวลาทำงานได้ 3, 6, 9 และ 12 ชั่วโมง
- มีโหมดกลางคืน ช่วยลดเสียงรบกวนขณะพักผ่อน
- รองรับการต่อท่อระบายน้ำ สำหรับใช้งานต่อเนื่อง
- ระบบหยุดทำงานอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็ม พร้อมไฟแจ้งเตือน
- มีระบบป้องกันเครื่องล้มและละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ
ข้อสังเกต
- ถังน้ำขนาด 2.5 ลิตร แต่ความจุใช้งานจริงประมาณ 1.2 ลิตร
- ฟังก์ชันช่วยตากผ้าเป็นการลดความชื้น ไม่ใช่การอบแห้งด้วยความร้อน
- ประสิทธิภาพการลดความชื้นขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้นภายในห้อง
9. Elementmax เครื่องลดความชื้น สำหรับห้อง 30-90 ตร.ม.
Elementmax เครื่องลดความชื้นในครัวเรือน จำเป็นสำหรับวันที่มีฝนตก หรือห้องที่มีความชื้นมาก ช่วยลดและดูดความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คุณหายใจโล่ง เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หรือต้องการลดความชื้นในอากาศให้อยู่ในระดับที่สมดุลมากที่สุด
คุณสมบัติ
- เหมาะกับพื้นที่ใช้สอย 21-30 ตร.ม.
- ความสามารถในการลดความชื้น 1,080ML
- ช่วยลดความชื้นด้วยปุ่มเดียว ใช้งานง่าย
- ทำให้อากาศโดยรอบสะอาด บริสุทธิ์
- มีการแสดงผลของอุณหภูมิและความชื้น
- ประหยัดพลังงาน ใช้งานได้อย่างปลอดภัย
- ป้องกันเชื้อรา น้ำค้าง ขึ้นตามเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
- เครื่องทำงานเสียงเงียบ มีเสียงรบกวนที่ต่ำ
ข้อสังเกต
- กำลังไฟ 90W แรงดันไฟฟ้า 220-240V
- การรับประกันสินค้า: มีรับประกัน 1 ปี
10. Homemate เครื่องดูดความชื้น 15 ตร.ม. รุ่น HOM-1612L2
HOMEMATE เครื่องดูดความชื้น รุ่น HOM-1612L2 ตัวช่วยลดความชื้นสะสมและกลิ่นอับภายในบ้าน ด้วยระบบคอมเพรสเซอร์ที่สามารถดูดความชื้นได้สูงสุด 12 ลิตรต่อวัน เหมาะสำหรับห้องขนาด 12–15 ตารางเมตร ช่วยลดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดเชื้อราและไรฝุ่น พร้อมถังเก็บน้ำความจุ 2 ลิตร และหน้าจอ LCD แสดงระดับความชื้นและโหมดการทำงาน สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อมระบบตัดการทำงานเมื่อน้ำเต็ม รองรับการระบายน้ำต่อเนื่อง และมีล้อเลื่อนพร้อมหูจับ เคลื่อนย้ายสะดวก เหมาะสำหรับห้องนอน ห้องเก็บของ หรือพื้นที่ที่มีปัญหาความชื้นสูง
คุณสมบัติ
- ดูดความชื้นได้สูงสุด 12 ลิตรต่อวัน
- ใช้ระบบคอมเพรสเซอร์ ช่วยลดความชื้นได้อย่างต่อเนื่อง
- เหมาะสำหรับห้องขนาด 12–15 ตารางเมตร
- ช่วยลดความชื้นสะสมและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเชื้อรา
- ถังเก็บน้ำความจุ 2 ลิตร พร้อมระบบตัดอัตโนมัติ
- หน้าจอ LCD แสดงระดับความชื้นและโปรแกรมการทำงาน
- มีโหมดดูดความชื้นอัตโนมัติ ใช้งานสะดวก
- ตั้งเวลาเปิด-ปิดเครื่องอัตโนมัติได้ตามต้องการ
- รองรับการต่อท่อระบายน้ำ สำหรับใช้งานต่อเนื่อง
- มีล้อเลื่อนและหูจับ พร้อมรับประกันคอมเพรสเซอร์ 2 ปี
ข้อสังเกต
- เหมาะสำหรับห้องขนาดไม่เกิน 15 ตารางเมตร
- ถังน้ำความจุ 2 ลิตร อาจต้องเทน้ำบ่อยเมื่อความชื้นสูง
- ระดับเสียง 42 เดซิเบล อาจรบกวนการนอนหลับ
- ตัวเครื่องหนัก 10 กิโลกรัม ไม่สะดวกต่อการยกบ่อย
- รับประกัน 2 ปี เฉพาะคอมเพรสเซอร์เท่านั้น
Top Brand : เครื่องดูดความชื้น ที่นิยมมากที่สุด
Simplus
Hafele
Bwell
Homemate
Elementmax
Phlinice
วิธีเลือกซื้อ เครื่องดูดความชื้น
เครื่องดูดความชื้น (Dehumidifier) คือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ใช้สำหรับลดความชื้นในอากาศในพื้นที่หรือห้องให้ลดลง เพื่อให้สภาพแวดล้อมมีความสมดุล โดยปกติแล้วเครื่องดูดความชื้นจะทำหน้าที่ดูดความชื้นจากอากาศ ทำให้อากาศในห้องหรือพื้นที่ที่คุณอยู่มีความชื้นที่ต่ำลง
การใช้งานเครื่องดูดความชื้นมักจะเป็นไปตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:
- ตั้งค่าระดับความชื้น: ปรับค่าความชื้นที่ต้องการให้เครื่องดูดความชื้นลดลงได้ตามที่ต้องการ เช่น ให้ความชื้นในอากาศเป็น 50-60% เป็นต้น
- เปิดเครื่อง: เมื่อตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว กดปุ่มเปิดเครื่องให้เครื่องเริ่มทำงาน
- รอให้เครื่องดูดความชื้น: เครื่องจะดูดความชื้นจากอากาศในห้อง แล้วส่งอากาศที่มีความชื้นต่ำกลับออกมา
- ปิดเครื่อง: เมื่อความชื้นในอากาศลดลงตามที่ต้องการแล้ว สามารถปิดเครื่องได้เลย
วิธีการเลือกซื้อ เครื่องดูดความชื้น มาใช้งานอย่างเหมาะสม
ความชื้นในอากาศมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพและความสบายของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะในสภาวะที่มีความชื้นสูงมาก เช่น ฤดูฝนหรือประเทศที่มีอากาศชื้นสูง การใช้เครื่องดูดความชื้นเป็นวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมระดับความชื้นให้เหมาะสม ดังนั้น การเลือกซื้อเครื่องดูดความชื้นนั้นมีความสำคัญอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ก่อนที่จะเลือกซื้อเครื่องดูดความชื้นอย่างรอบคอบ ดังนี้
- พื้นที่ใช้งาน:
ก่อนอื่นให้คำนึงถึงพื้นที่หรือห้องที่ต้องการใช้งานเครื่องดูดความชื้น ว่ามีขนาดใหญ่หรือเล็ก มีความชื้นสูงมากหรือน้อยอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้เราเลือกเครื่องดูดความชื้นที่มีความสามารถในการปรับความชื้นตรงกับความต้องการของพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม
- ปริมาณการดูดความชื้น:
ความสามารถในการดูดความชื้นของเครื่องดูดความชื้นนั้นสำคัญมาก เนื่องจากมันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการควบคุมความชื้นในพื้นที่ ดังนั้น ควรเลือกเครื่องที่มีความสามารถในการดูดความชื้นให้ได้มากพอสำหรับพื้นที่ที่ต้องการใช้งาน
- ระบบการทำงาน:
มีเครื่องดูดความชื้นที่ใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น ระบบฟองอากาศ หรือ ระบบที่ใช้แหล่งพลังงานอื่นๆ ควรพิจารณาดูว่าเครื่องที่เราเลือกมีระบบการทำงานใดที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการใช้งานของเรา
- ความปลอดภัย:
การเลือกเครื่องดูดความชื้นที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง เช่น มีการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของการใช้งานมากขึ้น
- ความน่าเชื่อถือและบริการหลังการขาย:
เลือกเครื่องดูดความชื้นจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและมีความน่าเชื่อถือสูง และควรตรวจสอบบริการหลังการขาย เช่น การรับประกัน บริการซ่อมบำรุง ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจในการใช้งานในระยะยาว
สรุป การดูดความชื้นด้วยเครื่องดูดความชื้นมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ช่วยลดกลิ่นอับ ลดเชื้อรา ป้องกันการเสียหายของเฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ภายในที่พักอาศัย เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยให้สภาพอากาศสะอาดและเหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นด้วยในระยะยาว ด้วยการพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ คุณจะสามารถเลือกซื้อเครื่องดูดความชื้นที่เหมาะสมกับความต้องการและสภาพแวดล้อมของคุณได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยที่สุด






